สินค้า รุ่นยาง ยางรถ EV/OEM โปรโมชั่น แกลเลอรี่ ข่าวสาร/ความรู้ ค้นหาสาขา
รถลุยน้ำท่วมต้องเช็กยางอะไรบ้าง? ดูแลยางรถยนต์หลังขับผ่านน้ำขัง

รถลุยน้ำท่วมต้องเช็กยางอะไรบ้าง? ดูแลยางรถยนต์หลังขับผ่านน้ำขัง

ในช่วงฝนตกหนัก ผู้ขับขี่อาจหลีกเลี่ยงการขับผ่านน้ำขังหรือน้ำท่วมไม่ได้ โดยเฉพาะในเส้นทางที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้รถจะสามารถขับผ่านบริเวณดังกล่าวมาได้ แต่หลังจากนั้นควรตรวจสอบทั้งระบบเบรก ล้อ ช่วงล่าง และ ยางรถยนต์ ก่อนนำรถกลับมาใช้งานตามปกติ

น้ำท่วมอาจพัดพาเศษแก้ว ตะปู โลหะ กิ่งไม้ หรือวัสดุแข็งที่มองไม่เห็นอยู่ใต้ผิวน้ำ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้หน้ายาง แก้มยาง หรือกระทะล้อได้รับความเสียหายโดยที่ผู้ขับขี่ไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การขับผ่านหลุมที่ถูกน้ำบดบังยังอาจทำให้ล้อคด ศูนย์ล้อคลาดเคลื่อน หรือยางเกิดรอยบวมได้

สำหรับผู้ที่กำลังเลือก ยาง TOYO เปรียบเทียบ ราคายาง, ราคายางรถยนต์, ยางรถยนต์ ราคา หรือกำลังพิจารณาว่า ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี การรู้วิธีตรวจยางหลังลุยน้ำจะช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้วางแผนดูแลรถได้อย่างเหมาะสม

 

หลังขับรถลุยน้ำ ควรตรวจยางทันทีหรือไม่

หลังออกจากพื้นที่น้ำท่วม ควรนำรถไปจอดในบริเวณที่ปลอดภัยและตรวจสอบสภาพเบื้องต้น โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกว่ารถกระแทกหลุมหรือชนวัตถุระหว่างขับผ่านน้ำ

สิ่งที่ควรสังเกตทันที ได้แก่

  • ยางมีรอยบาดหรือรอยตำหรือไม่

  • แก้มยางมีรอยบวม นูน หรือฉีกขาดหรือไม่

  • กระทะล้อมีรอยคดหรือแตกร้าวหรือไม่

  • ลมยางลดลงผิดปกติหรือไม่

  • มีเศษวัสดุติดอยู่ในร่องดอกยางหรือไม่

  • รถเริ่มสั่น ดึงซ้าย หรือดึงขวาหรือไม่

หากพบความเสียหายชัดเจน ไม่ควรขับต่อด้วยความเร็วสูง ควรเปลี่ยนเป็นยางอะไหล่หรือนำรถเข้าศูนย์บริการโดยเร็ว

 

น้ำท่วมทำให้ยางรถยนต์เสียหายได้อย่างไร

ตัวน้ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ ยาง รถยนต์ เสียหายทันที แต่สภาพแวดล้อมขณะลุยน้ำอาจเพิ่มความเสี่ยงหลายด้าน เช่น

  • มองไม่เห็นหลุมหรือขอบทาง

  • มีของมีคมซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ

  • เศษวัสดุเข้าไปติดตามร่องดอกยาง

  • ล้อได้รับแรงกระแทกจากพื้นถนนที่เสียหาย

  • คราบโคลนสะสมด้านในล้อ

  • น้ำและสิ่งสกปรกเข้าไปบริเวณจุ๊บลม

  • การทรงตัวของรถเปลี่ยนเมื่อขับผ่านน้ำลึก

หากล้อกระแทกหลุมอย่างรุนแรง อาจทำให้ยางเสียหายภายใน แม้ภายนอกจะยังไม่เห็นรอยผิดปกติในทันที

 

ควรตรวจดอกยางอย่างไรหลังลุยน้ำ

หลังขับผ่านน้ำขัง ควรตรวจร่องดอกยางให้ครบทั้ง 4 เส้น เพราะอาจมีเศษหิน เศษโลหะ หรือวัสดุแข็งติดอยู่

ควรสังเกตว่า

  • มีตะปูหรือสกรูฝังอยู่หรือไม่

  • มีรอยฉีกหรือบาดบนหน้ายางหรือไม่

  • มีเศษวัสดุติดแน่นในร่องหรือไม่

  • ดอกยางบางส่วนเสียรูปหรือไม่

  • สะพานยางและระดับการสึกยังอยู่ในสภาพเหมาะสมหรือไม่

ไม่ควรดึงตะปูหรือวัตถุที่ฝังอยู่ในยางออกด้วยตนเองทันที เพราะวัตถุนั้นอาจช่วยชะลอการรั่วของลมอยู่ ควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบและซ่อมด้วยวิธีที่เหมาะสม

 

แก้มยางต้องตรวจตรงไหนบ้าง

แก้มยางเป็นส่วนที่อาจได้รับแรงกระแทกจากหลุม ขอบทาง หรือเศษวัสดุที่อยู่ใต้น้ำ จึงควรตรวจทั้งด้านนอกและด้านในของล้อ

สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่

  • รอยบาดลึก

  • เนื้อยางฉีกหรือหลุด

  • เห็นเส้นใยภายใน

  • รอยบวมเป็นก้อน

  • รอยแตกร้าวที่ไม่เคยมีมาก่อน

  • รอยกดหรือเสียรูปบริเวณใกล้ขอบล้อ

หากพบยางบวมหรือเห็นโครงสร้างด้านใน ควรหยุดใช้งาน เพราะความเสียหายอาจกระทบต่อความแข็งแรงของยางและไม่เหมาะกับการซ่อมใช้งานต่อ

 

ต้องตรวจลมยางหลังลุยน้ำหรือไม่

ควรตรวจแรงดันลมยาง เพราะยางอาจถูกตะปูตำ จุ๊บลมอาจได้รับแรงกระแทก หรือขอบล้ออาจคดจนเกิดการรั่วซึม

หากรถมีระบบ TPMS ควรสังเกตว่าไฟเตือนแสดงขึ้นหรือไม่ แต่ไม่ควรรอให้ระบบแจ้งเตือนเพียงอย่างเดียว เพราะแรงดันอาจลดลงเล็กน้อยแต่ยังไม่ถึงระดับที่ระบบตั้งค่าไว้

ควรวัดแรงดันลมขณะที่ยางเย็น และเติมตามค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด หากยางเส้นใดลมลดลงซ้ำ ๆ ควรตรวจทั้งหน้ายาง จุ๊บลม และขอบล้ออย่างละเอียด

 

คราบโคลนในล้อทำให้รถสั่นได้หรือไม่

หลังลุยน้ำหรือโคลน อาจมีดินและสิ่งสกปรกติดอยู่ด้านในกระทะล้อ หากสะสมไม่เท่ากัน อาจทำให้สมดุลของล้อเปลี่ยนและเกิดอาการสั่นเมื่อใช้ความเร็ว

ผู้ขับขี่อาจสังเกตได้จาก

  • พวงมาลัยสั่น

  • รถสั่นตามความเร็ว

  • มีเสียงจากล้อเป็นจังหวะ

  • อาการเกิดขึ้นหลังผ่านพื้นที่โคลนหรือน้ำท่วม

ควรล้างล้อและซุ้มล้อให้สะอาด แล้วทดลองขับอีกครั้ง หากอาการยังไม่หาย ควรตรวจสอบการถ่วงล้อ กระทะล้อ และสภาพยางเพิ่มเติม

 

ลุยน้ำแล้วรถกินซ้ายหรือขวาเกิดจากอะไร

หากขับผ่านหลุมหรือได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง อาจทำให้มุมล้อคลาดเคลื่อน ส่งผลให้รถกินซ้าย กินขวา หรือพวงมาลัยเอียงขณะขับตรง

นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจาก

  • แรงดันลมยางแต่ละเส้นไม่เท่ากัน

  • กระทะล้อคด

  • ยางเสียรูป

  • ช่วงล่างได้รับความเสียหาย

  • มีโคลนสะสมในล้อด้านใดด้านหนึ่ง

เมื่อพบอาการดังกล่าว ควรนำรถเข้าตรวจตั้งศูนย์ล้อและระบบช่วงล่าง ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะอาจทำให้ดอกยางสึกผิดปกติและลดอายุการใช้งานของยาง

 

หลังลุยน้ำควรล้างยางและล้ออย่างไร

เมื่อสภาพแวดล้อมปลอดภัย ควรล้างล้อ ยาง และซุ้มล้อเพื่อขจัดคราบโคลน ทราย และสิ่งสกปรก

ควรล้างบริเวณต่อไปนี้

  • หน้ายางและร่องดอกยาง

  • แก้มยาง

  • ด้านในของกระทะล้อ

  • จุ๊บลม

  • ซุ้มล้อ

  • บริเวณรอบระบบเบรก

หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่มีสารรุนแรงหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับยาง เพราะอาจทำให้ผิวเนื้อยางเสื่อมสภาพได้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรถยนต์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

 

ต้องเปลี่ยนยางหลังลุยน้ำทุกครั้งหรือไม่

ไม่จำเป็นต้อง เปลี่ยนยางรถยนต์ ทุกครั้งที่ขับผ่านน้ำ หากตรวจแล้วไม่พบความเสียหาย แรงดันลมปกติ และรถไม่มีอาการผิดปกติ ก็สามารถใช้งานต่อได้พร้อมติดตามสภาพ

แต่ควรนำรถเข้าตรวจสอบหากพบว่า

  • ยางมีรอยบวม รอยบาด หรือรอยฉีก

  • ลมยางลดลงต่อเนื่อง

  • รถสั่นหรือพวงมาลัยสั่น

  • รถกินซ้ายหรือขวา

  • ล้อมีรอยคด

  • เกิดแรงกระแทกรุนแรงระหว่างลุยน้ำ

  • ดอกยางสึกหรือเหลือน้อยอยู่แล้ว

การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญช่วยให้ทราบว่าควรซ่อม เปลี่ยนเฉพาะบางเส้น หรือแก้ไขระบบล้อและช่วงล่างเพิ่มเติม

 

ก่อนขับรถเข้าพื้นที่น้ำขังควรเตรียมตัวอย่างไร

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรตรวจความพร้อมของรถก่อนเข้าสู่พื้นที่น้ำขัง โดยเฉพาะ

  • ตรวจแรงดันลมยาง

  • ตรวจดอกยางและสะพานยาง

  • ตรวจยางอะไหล่

  • ลดความเร็ว

  • เว้นระยะจากรถคันหน้า

  • หลีกเลี่ยงการเบรกหรือเร่งอย่างรุนแรง

  • ไม่ขับตามรถคันใหญ่ใกล้เกินไป

  • หลีกเลี่ยงจุดที่ไม่ทราบความลึกของน้ำ

หากระดับน้ำสูงหรือกระแสน้ำไหลแรง ควรหลีกเลี่ยงเส้นทาง เพราะความเสียหายอาจไม่ได้จำกัดเฉพาะยางและล้อ แต่รวมถึงเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และระบบเบรกด้วย

 

ราคายางควรพิจารณาหลังรถลุยน้ำอย่างไร

หากยางได้รับความเสียหายและจำเป็นต้องเปลี่ยน ผู้ใช้มักเริ่มจากการค้นหา ราคายาง, ราคายางรถยนต์ หรือ ยางรถยนต์ ราคา

นอกจากราคาของยาง ควรสอบถามค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น

  • ค่าติดตั้ง

  • ค่าถ่วงล้อ

  • ค่าตั้งศูนย์ล้อ

  • ค่าจุ๊บลม

  • ค่าตรวจหรือซ่อมกระทะล้อ

  • ค่าตรวจระบบช่วงล่าง

หากล้อหรือช่วงล่างมีปัญหา ควรแก้ไขก่อนหรือพร้อมกับการติดตั้งยางใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ยางชุดใหม่สึกผิดปกติ

 

ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี

คำถามว่า ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ควรพิจารณาจากประเภทรถ ขนาดยาง สภาพถนนที่ใช้งาน และรูปแบบการเดินทาง

TOYO มียางสำหรับรถยนต์นั่ง รถ SUV รถกระบะ และรถยนต์ไฟฟ้าให้เลือกหลากหลาย ผู้ใช้สามารถเลือก ยาง TOYO ให้ตรงกับขนาด Load Index และ Speed Rating ของรถ พร้อมตรวจดอกยาง ลมยาง ล้อ และช่วงล่างอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังขับผ่านน้ำท่วมหรือถนนที่มีหลุมซ่อนอยู่

 

สรุป

หลังขับรถลุยน้ำท่วมหรือน้ำขัง ควรตรวจ ยางรถยนต์ ทั้งหน้ายาง แก้มยาง แรงดันลม จุ๊บลม และกระทะล้อ เพราะอาจมีตะปู เศษวัสดุ หรือความเสียหายจากหลุมที่มองไม่เห็นอยู่ใต้ผิวน้ำ

หากพบรถสั่น พวงมาลัยเอียง ลมยางลด รอยบวม หรือรอยบาด ไม่ควรใช้งานต่อโดยไม่ตรวจสอบ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจยาง ล้อ การถ่วงล้อ การตั้งศูนย์ และระบบช่วงล่างให้ครบถ้วน

หากกำลัง เปลี่ยนยาง เปรียบเทียบ ราคายางรถยนต์ หรือพิจารณาว่า ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ควรเลือก ยาง TOYO ที่เหมาะกับรถและรูปแบบการใช้งาน พร้อมดูแลยางหลังการขับผ่านสภาพถนนที่มีน้ำขัง เพื่อให้ทุกการเดินทางปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ TOYO ได้ที่

🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://toyotires.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://toyotires.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://toyotires.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://toyotires.in.th/news/list

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก TOYO TIRES
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน
นโยบายการรับประกัน 60 วัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 TOYO TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก TOYO TIRES
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน
นโยบายการรับประกัน 60 วัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 TOYO TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้