สินค้า รุ่นยาง ยางรถ EV/OEM โปรโมชั่น แกลเลอรี่ ข่าวสาร/ความรู้ ค้นหาสาขา
ยางรถยนต์มีเสียงหอนเกิดจากอะไร? แยกเสียงจากยาง ล้อ และลูกปืนให้เป็น

ยางรถยนต์มีเสียงหอนเกิดจากอะไร? แยกเสียงจากยาง ล้อ และลูกปืนให้เป็น

เสียงจากรถที่ดังขึ้นตามความเร็วเป็นอาการที่เจ้าของรถจำนวนมากเคยพบ โดยเฉพาะเสียง “หอน” หรือเสียงครางต่อเนื่องจากบริเวณล้อ บางครั้งเริ่มดังเพียงเล็กน้อยที่ความเร็วต่ำ แต่ชัดขึ้นเมื่อขับบนทางด่วน จนทำให้สงสัยว่าเกิดจาก ยางรถยนต์ เสื่อม ดอกยางสึก หรือเป็นปัญหาจากลูกปืนล้อและระบบช่วงล่างกันแน่

ความจริงแล้วเสียงจากบริเวณล้อสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ และไม่จำเป็นต้องหมายความว่าต้องรีบ เปลี่ยนยางรถยนต์ ทุกครั้ง การสังเกตลักษณะเสียง ความเร็วที่เกิด และอาการอื่นที่มาพร้อมกัน จะช่วยให้วิเคราะห์ต้นเหตุเบื้องต้นได้แม่นยำขึ้น

 

เสียงหอนจากยางรถยนต์เป็นแบบไหน

เสียงจากยางมักสัมพันธ์กับความเร็วของรถ กล่าวคือ เมื่อรถวิ่งเร็วขึ้น จังหวะหรือระดับเสียงก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย

อาการที่มักพบ ได้แก่

  • เสียงครางหรือหอนต่อเนื่อง
  • เสียงดังขึ้นตามความเร็ว
  • เสียงเปลี่ยนเมื่อขับบนพื้นถนนต่างชนิด
  • มีเสียงเป็นจังหวะตามการหมุนของล้อ
  • เสียงดังหลังใช้งานยางมาเป็นระยะ
  • บางกรณีมีแรงสั่นร่วมด้วย

หากเสียงเปลี่ยนไปทันทีหลัง เปลี่ยนยาง ใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่ามีความผิดปกติเสมอไป เพราะยางแต่ละรุ่นมีรูปแบบดอกยางและโครงสร้างที่แตกต่างกัน จึงสามารถให้ลักษณะเสียงต่างจากยางเดิมได้

แต่หากเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลังใช้งาน หรือเกิดพร้อมการสั่นและการสึกผิดปกติ ควรนำรถเข้าตรวจสอบ

 

1. ดอกยางสึกเป็นบั้งหรือเป็นคลื่น

หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของเสียงหอนคือดอกยางสึกไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะลักษณะ สึกเป็นบั้งหรือเป็นคลื่น

เมื่อลูบตามดอกยาง อาจรู้สึกว่าขอบของแต่ละบล็อกมีความสูงต่ำไม่เท่ากัน เมื่อยางหมุนสัมผัสพื้นถนนจึงเกิดแรงกระแทกเป็นจังหวะ ทำให้เกิดเสียงครางหรือเสียงหอนที่ชัดขึ้นตามความเร็ว

สาเหตุเบื้องหลังอาจเกี่ยวข้องกับ

  • โช้กอัพเริ่มเสื่อม
  • ล้อเสียสมดุล
  • ระบบช่วงล่างมีระยะหลวม
  • ไม่ได้สลับยางตามระยะ
  • ศูนย์ล้อคลาดเคลื่อน

ดังนั้น หากพบยางสึกเป็นบั้ง ไม่ควรแก้ด้วยการเปลี่ยนยางเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจต้นเหตุร่วมด้วย

 

2. ยางสึกไม่เท่ากันระหว่างล้อ

หากยางแต่ละเส้นมีความลึกของดอกยางต่างกันมาก ระดับเสียงจากล้อแต่ละตำแหน่งก็อาจไม่เท่ากัน

ตัวอย่างเช่น ยางคู่หน้าอาจสึกมากกว่าคู่หลังจากการเลี้ยวและการรับน้ำหนัก หรือรถที่ไม่ได้สลับยางเป็นเวลานานอาจเกิดรูปแบบการสึกเฉพาะตำแหน่ง

ควรตรวจทั้ง 4 เส้น โดยดู

  • ความลึกของดอกยาง
  • การสึกด้านในและด้านนอก
  • สะพานยาง
  • รอยบั้งหรือคลื่น
  • ความเสียหายของหน้ายาง

หากพบความแตกต่างมาก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเหมาะกับการสลับยาง ใช้งานต่อ หรือควรเปลี่ยนยางแล้ว

 

3. แรงดันลมยางไม่เหมาะสม

แรงดันลมมีผลต่อรูปทรงของยางและพื้นที่สัมผัสพื้นถนน หากลมต่ำหรือสูงกว่าค่าที่ผู้ผลิตรถกำหนด รูปแบบการสัมผัสกับถนนอาจเปลี่ยน และทำให้เสียงจากยางแตกต่างจากเดิมได้

นอกจากนี้ ลมที่ไม่เหมาะสมยังอาจทำให้ดอกยางสึกผิดรูปในระยะยาว จนเพิ่มเสียงขึ้นอีก

ควรตรวจแรงดันลมขณะที่ยางเย็น และใช้ค่าจาก

  • สติกเกอร์บริเวณประตูฝั่งผู้ขับขี่
  • คู่มือรถ
  • ข้อมูลจากผู้ผลิตรถยนต์

ไม่ควรใช้แรงดันสูงสุดที่ระบุบนแก้มยางเป็นค่าปกติในการเติม

 

4. รูปแบบดอกยางของแต่ละรุ่นให้เสียงต่างกัน

ยางไม่ได้ถูกออกแบบเหมือนกันทุกประเภท บางรุ่นให้ความสำคัญกับความเงียบและความสบาย ขณะที่บางรุ่นเน้นสมรรถนะ การตอบสนอง หรือการใช้งานบนพื้นผิวที่หลากหลาย

ตัวอย่างเช่น ยางที่มี

  • บล็อกดอกขนาดใหญ่
  • ร่องดอกกว้าง
  • ลายดอกแบบ All-Terrain
  • โครงสร้างที่เน้นสมรรถนะ

อาจให้เสียงสัมผัสพื้นถนนแตกต่างจากยางที่ออกแบบสำหรับการขับในเมืองและเน้นความเงียบ

ดังนั้น หากเสียงเปลี่ยนหลังติดตั้งยางคนละประเภทกับของเดิม ควรพิจารณาคุณลักษณะของรุ่นนั้นร่วมด้วย ไม่ควรสรุปว่าเป็นความเสียหายทันที

 

5. การถ่วงล้อไม่สมดุล

ปัญหาการถ่วงล้อมักทำให้เกิด “แรงสั่น” มากกว่าเสียงหอน แต่ในบางกรณีอาจทำให้ยางสัมผัสพื้นผิดปกติและเกิดเสียงร่วมกันได้

สัญญาณที่ควรตรวจการถ่วงล้อ ได้แก่

  • พวงมาลัยสั่นในช่วงความเร็วหนึ่ง
  • ตัวรถสั่น
  • เพิ่งเปลี่ยนยางใหม่
  • ตุ้มถ่วงล้อหลุด
  • ล้อได้รับแรงกระแทกจากหลุม

หากเสียงเกิดพร้อมแรงสั่น การถ่วงล้อควรเป็นหนึ่งในรายการที่ให้ศูนย์บริการตรวจสอบ

 

6. ศูนย์ล้อคลาดเคลื่อน

ศูนย์ล้อที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ ยางรถยนต์ ถูกลากกับพื้นถนนในมุมที่ไม่ถูกต้อง จนเกิดการสึกผิดปกติและมีเสียงดังขึ้นตามเวลา

อาการร่วมที่อาจพบ ได้แก่

  • รถกินซ้ายหรือกินขวา
  • พวงมาลัยเอียงขณะวิ่งตรง
  • ดอกยางสึกด้านในหรือด้านนอก
  • ต้องคอยประคองพวงมาลัย
  • ยางมีเสียงมากขึ้นหลังใช้งานไประยะหนึ่ง

หากเปลี่ยนยางใหม่โดยไม่แก้ศูนย์ล้อ ยางชุดใหม่อาจเริ่มสึกผิดรูปและเกิดเสียงซ้ำได้

 

7. ลูกปืนล้อเสียอาจให้เสียงคล้ายยางหอน

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเสียงมาจากยาง

ลูกปืนล้อที่เริ่มเสื่อมอาจมีเสียงครางหรือหอนตามความเร็ว ซึ่งคล้ายกับเสียงจากดอกยางมาก

จุดสังเกตเบื้องต้นคือเสียงจากลูกปืนอาจเปลี่ยนเมื่อ

  • เพิ่มหรือลดความเร็ว
  • เลี้ยวซ้ายหรือขวา
  • น้ำหนักของรถถ่ายไปยังล้อด้านหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรทดสอบด้วยการขับเร็วหรือหักพวงมาลัยรุนแรงเพื่อหาสาเหตุด้วยตนเอง หากสงสัยว่าลูกปืนมีปัญหา ควรให้ช่างตรวจ เพราะเป็นชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการหมุนของล้อ

 

8. ล้อคดหรือยางเสียรูป

หลังรถตกหลุมแรงหรือชนขอบทาง กระทะล้ออาจคด หรือยางอาจเสียรูปได้

อาการที่พบร่วมกันอาจมี

  • เสียงเป็นจังหวะ
  • รถสั่น
  • พวงมาลัยสั่น
  • ลมยางลดลง
  • ล้อหมุนไม่เรียบ
  • แก้มยางบวม

หากพบแก้มยางบวม หรือเห็นว่ายางหมุนผิดรูป ควรหยุดใช้งานและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจโดยเร็ว ไม่ควรขับต่อด้วยความเร็วสูง

 

เสียงจากยางกับเสียงลูกปืนแยกกันอย่างไร

ในเบื้องต้นสามารถสังเกตความแตกต่างได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นการวินิจฉัยแทนการตรวจจริง

ลักษณะ อาจเกี่ยวกับยาง อาจเกี่ยวกับลูกปืน
เสียงเปลี่ยนตามพื้นถนน พบได้บ่อย มักเปลี่ยนน้อยกว่า
ดอกยางสึกผิดปกติ มักพบร่วม ไม่จำเป็นต้องมี
พวงมาลัย/รถสั่น อาจพบ อาจพบได้
เสียงเปลี่ยนเมื่อเลี้ยว อาจเกิด เป็นสัญญาณที่ควรตรวจลูกปืน
เสียงเพิ่มตามความเร็ว พบได้ พบได้

เพราะอาการมีส่วนที่ทับซ้อนกัน หากเสียงดังชัดเจนหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง ควรตรวจทั้งยาง ล้อ และลูกปืนพร้อมกัน

 

เปลี่ยนยางใหม่แล้วเสียงดังขึ้น ถือว่าผิดปกติไหม

ไม่เสมอไป

หากยางใหม่เป็นคนละรุ่นหรือคนละประเภทกับยางเดิม ลักษณะเสียงอาจต่างกันตามการออกแบบดอกยางและโครงสร้าง

แต่ควรกลับไปตรวจทันทีหากเสียง

  • ดังผิดปกติมาก
  • มีลักษณะเป็นจังหวะชัดเจน
  • เกิดร่วมกับแรงสั่น
  • รถวิ่งไม่ตรง
  • ได้ยินเสียงเพียงล้อเดียว
  • มีเสียงเสียดสี
  • เริ่มทันทีหลังติดตั้ง

สิ่งที่ควรตรวจหลังเปลี่ยนยาง ได้แก่ การติดตั้ง Directional หรือ Inside/Outside, แรงดันลม, การถ่วงล้อ และความเรียบร้อยของล้อ

 

ยางเสียงดังแปลว่าต้องเปลี่ยนยางไหม

ไม่จำเป็นทุกกรณี

หากเสียงเกิดจากการถ่วงล้อ ศูนย์ล้อ หรือปัญหาช่วงล่าง การแก้ต้นเหตุอาจช่วยป้องกันไม่ให้ยางสึกมากขึ้นได้

แต่ดอกยางที่สึกผิดรูปไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาเรียบเหมือนเดิม ดังนั้นบางกรณีแม้แก้ช่วงล่างเรียบร้อย เสียงจากรูปแบบการสึกเดิมก็อาจยังอยู่

ควรพิจารณา เปลี่ยนยางรถยนต์ หากพบว่า

  • ดอกยางสึกมากหรือถึงสะพานยาง
  • ยางสึกเป็นบั้งรุนแรง
  • แก้มยางบวม
  • ยางเสียรูป
  • มีรอยแตกร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย
  • เสียงและแรงสั่นส่งผลต่อการควบคุมรถ

 

ก่อนเปลี่ยนยางใหม่ ควรแก้ต้นเหตุเดิมก่อน

หากยางชุดเดิมมีเสียงเพราะสึกผิดปกติ ควรตรวจระบบอื่นก่อนติดตั้งชุดใหม่ เช่น

  • โช้กอัพ
  • ลูกหมากและบูช
  • ลูกปืนล้อ
  • ศูนย์ล้อ
  • การถ่วงล้อ
  • กระทะล้อ
  • แรงดันลม

เพราะหากต้นเหตุยังอยู่ ยางใหม่อาจสึกผิดรูปและกลับมามีเสียงอีกครั้งในเวลาไม่นาน

 

วิธีลดโอกาสที่ยางจะมีเสียงมากขึ้นเมื่อใช้งาน

การดูแลยางอย่างสม่ำเสมอช่วยลดการสึกผิดปกติซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของเสียงหอนได้ เช่น

  • ตรวจแรงดันลมอย่างน้อยเดือนละครั้ง
  • สลับยางตามระยะที่เหมาะสม
  • ตรวจดอกยางทั้งด้านในและด้านนอก
  • ถ่วงล้อเมื่อพบอาการสั่น
  • ตั้งศูนย์เมื่อรถวิ่งไม่ตรง
  • ตรวจโช้กอัพและช่วงล่าง
  • ลดความเร็วก่อนขับผ่านหลุม
  • ตรวจยางก่อนเดินทางไกล

นอกจากนี้ เมื่อเลือกยางใหม่ ควรพิจารณารูปแบบการใช้งานจริง หากเน้นการขับในเมืองและเดินทางไกลบนทางเรียบ ความเงียบและความสบายอาจเป็นคุณสมบัติที่ควรให้ความสำคัญในการเลือกยาง

 

เลือกยางรถยนต์อย่างไรหากต้องการเน้นความเงียบ

ผู้ที่กำลังจะ เปลี่ยนยาง และให้ความสำคัญกับเสียงภายในห้องโดยสาร ควรเปรียบเทียบคุณสมบัติของยางแต่ละรุ่น ไม่ใช่ดูเพียงขนาดหรือราคา

ควรพิจารณา

  • ประเภทรถ
  • ขนาดยางตามสเปก
  • รูปแบบดอกยาง
  • คุณสมบัติด้านความเงียบ
  • ความนุ่มนวล
  • รูปแบบการเดินทาง
  • Load Index
  • Speed Rating

TOYO TIRES มีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มสำหรับรถยนต์นั่ง SUV และรถประเภทอื่น ผู้ใช้สามารถค้นหายางตามรถและขนาด เพื่อพิจารณารุ่นที่ตอบโจทย์ลักษณะการใช้งานของตนเองได้

 

สรุป

เสียงหอนจากบริเวณล้ออาจเกิดจาก ยางรถยนต์ ได้ โดยเฉพาะเมื่อดอกยางสึกเป็นบั้ง สึกไม่สม่ำเสมอ แรงดันลมไม่เหมาะสม หรือมีปัญหาการตั้งศูนย์และถ่วงล้อ แต่เสียงที่คล้ายกันยังสามารถเกิดจากลูกปืนล้อ ล้อคด หรือระบบช่วงล่างได้เช่นกัน

หากเสียงเริ่มดังขึ้นตามความเร็ว ควรตรวจดอกยางทั้ง 4 เส้น สังเกตการสึก แรงดันลม และดูว่ามีแรงสั่นหรือรถวิ่งผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่

ไม่ควรรีบ เปลี่ยนยางรถยนต์ โดยไม่หาต้นเหตุ เพราะหากปัญหาเกิดจากช่วงล่างหรือล้อ ยางชุดใหม่อาจกลับมาสึกและมีเสียงซ้ำได้

เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยน ควรเลือกยางให้ตรงกับขนาด Load Index และ Speed Rating ของรถ พร้อมเลือกคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งาน เพื่อให้ได้ทั้งความสบาย ความมั่นใจ และความคุ้มค่าในระยะยาว

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ TOYO ได้ที่

🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://toyotires.in.th/products/tire/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://toyotires.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://toyotires.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://toyotires.in.th/news/list

 
สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก TOYO TIRES
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน
นโยบายการรับประกัน 60 วัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 TOYO TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก TOYO TIRES
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน
นโยบายการรับประกัน 60 วัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 TOYO TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้