สินค้า รุ่นยาง ยางรถ EV/OEM โปรโมชั่น แกลเลอรี่ ข่าวสาร/ความรู้ ค้นหาสาขา
รถจอดนาน ยางเสียไหม? ต้องดูแลและตรวจอะไรบ้างก่อนขับ

รถจอดนาน ยางเสียไหม? ต้องดูแลและตรวจอะไรบ้างก่อนขับ

รถที่ถูกจอดทิ้งไว้นานอาจดูเหมือนไม่มีการสึกหรอ เพราะไม่ได้วิ่งบนถนน แต่ในความเป็นจริง ยางรถยนต์ยังคงต้องรับน้ำหนักของตัวรถอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน แรงดันลมอาจค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ และวัสดุของยางยังได้รับผลจากอายุ อุณหภูมิ ความชื้น แสงแดด รวมถึงสภาพพื้นที่จอด

เมื่อถึงเวลานำรถกลับมาใช้งาน จึงไม่ควรตรวจเฉพาะว่าเครื่องยนต์สตาร์ตติดหรือไม่ แต่ควรตรวจยางทั้ง 4 เส้นอย่างละเอียด เพราะยางที่มองจากระยะไกลว่ายังปกติ อาจมีแรงดันลมไม่เหมาะสม เกิดการเสียรูปชั่วคราว มีรอยแตกลายงา หรือได้รับความเสียหายจากสภาพแวดล้อมระหว่างจอดได้

บทความนี้จะอธิบายว่ารถจอดนานส่งผลต่อยางอย่างไร ควรเตรียมรถก่อนจอดแบบใด และต้องตรวจอะไรบ้างก่อนกลับมาใช้งานอีกครั้ง

 

รถจอดนานแค่ไหนจึงเริ่มมีผลต่อยาง?

ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้กับรถทุกคัน เพราะผลกระทบต่อยางขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • น้ำหนักของรถและสัมภาระที่อยู่ภายใน

  • แรงดันลมยางก่อนจอด

  • ระยะเวลาที่จอดต่อเนื่อง

  • อุณหภูมิและสภาพอากาศ

  • พื้นผิวบริเวณที่จอดรถ

  • การจอดกลางแดดหรือในพื้นที่ร่ม

  • อายุและสภาพของยางก่อนนำรถมาจอด

  • รถถูกขยับตำแหน่งเป็นระยะหรือไม่

รถที่จอดในอาคาร บนพื้นเรียบ และมียางอยู่ในสภาพสมบูรณ์ อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่ารถที่จอดกลางแจ้งบนพื้นขรุขระหรือพื้นที่ที่มีน้ำขัง แม้จะจอดเป็นระยะเวลาใกล้เคียงกัน

จึงไม่ควรพิจารณาจากจำนวนวันเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูสภาพการจอดร่วมกับสภาพจริงของยางก่อนนำรถกลับมาใช้งาน

 

ทำไมรถไม่ได้วิ่ง แต่แรงดันลมยางจึงลดลงได้?

แรงดันลมยางสามารถค่อย ๆ ลดลงได้ตามธรรมชาติ แม้รถจะไม่ได้ถูกใช้งาน เนื่องจากอากาศสามารถซึมผ่านวัสดุของยางอย่างช้า ๆ รวมถึงอาจมีการรั่วซึมบริเวณจุ๊บลม ขอบล้อ หรือจุดที่ยางสัมผัสกับกระทะล้อ

อุณหภูมิยังมีผลต่อแรงดันลมด้วย เมื่ออุณหภูมิลดลง ค่าที่วัดได้อาจลดลงตามไปด้วย หากรถถูกจอดทิ้งไว้นานโดยไม่มีการตรวจลม ยางอาจมีแรงดันต่ำกว่าค่าที่ผู้ผลิตรถกำหนดเมื่อถึงเวลานำกลับมาใช้

ยางที่มีแรงดันต่ำต้องรับน้ำหนักขณะเสียรูปมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสพื้น หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความเครียดต่อโครงสร้างยางและเพิ่มโอกาสเกิดการเสียรูป

ก่อนขับรถจึงควรวัดแรงดันด้วยเกจ ไม่ควรประเมินจากการมองหรือใช้เท้าเตะยางเพียงอย่างเดียว เพราะยางบางเส้นอาจมีแรงดันต่ำแต่ยังดูไม่แบนอย่างชัดเจน

 

ยางแบนเป็นจุด หรือ Flat Spot คืออะไร?

เมื่อรถจอดอยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานาน น้ำหนักของรถจะกดลงบนยางบริเวณเดิมอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่สัมผัสพื้นอาจเกิดการเสียรูปหรือมีลักษณะแบนกว่าส่วนอื่น เรียกว่า Flat Spot

อาการที่ผู้ขับอาจสังเกตได้เมื่อนำรถกลับมาวิ่ง ได้แก่

  • รถสั่นเป็นจังหวะ

  • รู้สึกสะเทือนผ่านพวงมาลัยหรือเบาะนั่ง

  • มีเสียงจากยางสัมพันธ์กับความเร็ว

  • รู้สึกว่าล้อหมุนไม่เรียบในช่วงแรก

Flat Spot บางกรณีอาจเป็นการเสียรูปชั่วคราว โดยอาการค่อย ๆ ลดลงหลังยางอุ่นขึ้นจากการขับขี่ แต่หากรถสั่นต่อเนื่อง อาการรุนแรงขึ้น หรือพบความผิดปกติที่ตัวยาง ไม่ควรฝืนขับต่อเพื่อรอให้อาการหายเอง

ควรนำรถเข้าตรวจสอบเพื่อแยกสาเหตุจากปัญหาอื่น เช่น ล้อเสียสมดุล กระทะล้อคด ยางเสียรูปถาวร หรือโครงสร้างภายในได้รับความเสียหาย

 

แสงแดดและความร้อนมีผลต่อยางที่จอดนิ่งหรือไม่?

ยางรถยนต์สามารถได้รับผลจากแสงแดด ความร้อน และสภาพแวดล้อม แม้รถจะไม่ได้เคลื่อนที่ รถที่จอดกลางแจ้งเป็นเวลานานอาจมียางด้านใดด้านหนึ่งสัมผัสแสงแดดมากกว่าอีกด้าน ทำให้อุณหภูมิและสภาพการเสื่อมของยางแต่ละตำแหน่งแตกต่างกัน

ควรสังเกตบริเวณแก้มยางและร่องดอกยางว่ามีลักษณะต่อไปนี้หรือไม่

  • รอยแตกลายงา

  • รอยบาดหรือรอยถลอก

  • ก้อนนูนหรือบวม

  • เนื้อยางแข็งหรือเปลี่ยนสภาพผิดปกติ

  • สีหรือพื้นผิวแตกต่างจากยางเส้นอื่นอย่างชัดเจน

  • มีคราบน้ำมันหรือสารเคมีสัมผัสกับยาง

หากพบรอยบวม รอยปริลึก เส้นใย หรือโครงสร้างภายในยาง ไม่ควรนำรถไปใช้งานตามปกติ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อน เพราะความเสียหายบางประเภทไม่สามารถประเมินความปลอดภัยจากภายนอกเพียงอย่างเดียวได้

 

พื้นที่จอดรถแบบใดที่ควรหลีกเลี่ยง?

หากทราบล่วงหน้าว่าจะต้องจอดรถไว้นาน ควรเลือกพื้นที่ที่ช่วยลดผลกระทบต่อยางและตัวรถ โดยหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังต่อไปนี้

  • พื้นที่มีน้ำขังหรือมีความชื้นสูง

  • พื้นเอียงมากหรือไม่มั่นคง

  • พื้นที่มีเศษแก้ว ตะปู หรือวัสดุแหลมคม

  • บริเวณที่มีน้ำมัน เชื้อเพลิง หรือสารเคมีหก

  • พื้นขรุขระที่กดลงบนยางเป็นจุด

  • พื้นที่กลางแดดจัดตลอดวัน หากมีทางเลือกอื่น

  • บริเวณใกล้แหล่งความร้อนหรืออุปกรณ์ที่เกิดประกายไฟ

ควรจอดบนพื้นแข็ง เรียบ สะอาด และแห้ง หากเป็นไปได้ให้เลือกพื้นที่ในร่มที่มีอากาศถ่ายเท พร้อมนำสิ่งของที่มีน้ำหนักมากและไม่จำเป็นออกจากรถเพื่อลดภาระที่ยางต้องรับขณะจอด

 

ก่อนจอดรถนาน ควรเตรียมยางอย่างไร?

ก่อนนำรถเข้าจอดระยะยาว ควรตรวจยางทั้ง 4 เส้นและยางอะไหล่ โดยดำเนินการอย่างน้อยดังนี้

1. ตรวจแรงดันลมยาง

วัดแรงดันขณะยางเย็นและปรับตามค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด ซึ่งสามารถตรวจได้จากคู่มือรถหรือป้ายแนะนำบนตัวรถ

ไม่ควรเติมลมเกินค่าที่กำหนดด้วยการคาดเดาเพื่อชดเชยระยะเวลาจอด หากผู้ผลิตรถมีคำแนะนำเฉพาะสำหรับการเก็บรถระยะยาว ควรยึดคำแนะนำนั้นเป็นหลัก

2. ตรวจรอยรั่วและความเสียหาย

ตรวจหารอยบาด รอยตำ รอยบวม ตะปู หรือวัตถุแปลกปลอมที่ติดอยู่กับดอกยาง หากพบว่ายางมีลมลดเร็วกว่าปกติ ควรแก้ไขสาเหตุก่อนจอด ไม่ควรเติมลมแล้วปล่อยรถทิ้งไว้โดยยังไม่ทราบจุดรั่ว

3. ทำความสะอาดยางและพื้นที่จอด

นำก้อนหินหรือเศษวัสดุที่ติดอยู่ในร่องดอกยางออกอย่างระมัดระวัง รวมถึงตรวจว่าพื้นที่จอดไม่มีน้ำมันหรือสารเคมีที่อาจสัมผัสยาง

4. ลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นภายในรถ

สิ่งของหนักที่เก็บไว้ในห้องโดยสารหรือพื้นที่สัมภาระจะเพิ่มน้ำหนักที่ยางต้องรับ หากไม่จำเป็น ควรนำออกก่อนจอดระยะยาว

5. บันทึกสภาพและแรงดันก่อนจอด

การถ่ายภาพยางแต่ละเส้นและจดค่าแรงดันไว้จะช่วยให้เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงเมื่อกลับมาตรวจรถได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะรถที่ต้องจอดหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

 

ควรขยับรถเป็นระยะหรือไม่?

การเปลี่ยนตำแหน่งที่ยางสัมผัสพื้นอาจช่วยลดการกดน้ำหนักลงบนบริเวณเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่การขยับรถควรทำโดยผู้ที่สามารถใช้งานรถได้อย่างเหมาะสม และต้องตรวจว่าพื้นที่โดยรอบปลอดภัย

การสตาร์ตรถแล้วขยับเพียงระยะสั้นมากอาจไม่เพียงพอสำหรับระบบอื่นของรถ และอาจมีข้อควรระวังแตกต่างกันตามประเภทรถ เช่น รถเครื่องยนต์สันดาป รถไฮบริด หรือรถยนต์ไฟฟ้า

หากไม่สามารถขยับรถได้ ไม่ควรให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับรถดำเนินการแทนโดยไม่มีความจำเป็น ควรศึกษาคู่มือรถหรือสอบถามศูนย์บริการเกี่ยวกับการเก็บรถระยะยาว เพราะรถแต่ละรุ่นอาจมีคำแนะนำเรื่องแบตเตอรี่ ระบบเบรก และระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน

 

ผ้าคลุมรถช่วยปกป้องยางได้หรือไม่?

ผ้าคลุมรถช่วยลดการสัมผัสแสงแดด ฝุ่น และสิ่งสกปรกบางส่วนได้ แต่ควรเลือกขนาดและวัสดุที่เหมาะกับการใช้งาน รวมถึงติดตั้งให้มั่นคง ไม่ให้ชายผ้าถูกลมหรือเสียดสีกับตัวรถ

อย่างไรก็ตาม ผ้าคลุมรถไม่ได้ทดแทนการตรวจแรงดันลมและสภาพยาง และไม่ได้ป้องกันปัญหาจากพื้นเปียก น้ำขัง หรือสารเคมีใต้รถ

หากใช้ผ้าคลุมเฉพาะล้อ ควรตรวจว่าไม่กักเก็บความชื้นและไม่มีวัสดุแข็งกดหรือเสียดสีกับแก้มยาง

 

ก่อนนำรถที่จอดนานกลับมาใช้ ต้องตรวจอะไรบ้าง?

ไม่ควรสตาร์ตรถแล้วขับออกสู่ถนนทันที ควรตรวจรถในพื้นที่จอดก่อน โดยเฉพาะรายการต่อไปนี้

ตรวจยางทุกเส้นด้วยสายตา

เดินตรวจรอบรถและเปรียบเทียบยางแต่ละตำแหน่ง มองหารอยแบนผิดปกติ รอยบวม รอยแตก รอยบาด วัตถุแปลกปลอม และอาการล้อเอียงหรือทรุด

ควรตรวจด้านในของยางเท่าที่สามารถมองเห็นได้ เพราะความเสียหายอาจไม่ได้เกิดเฉพาะแก้มยางด้านนอก

วัดแรงดันลมขณะยางเย็น

ใช้เกจวัดลมและปรับตามค่าที่ผู้ผลิตรถกำหนด หากเส้นใดเส้นหนึ่งมีแรงดันต่ำกว่าเส้นอื่นมาก ควรตรวจหาการรั่วก่อนขับ ไม่ควรเติมลมแล้วสรุปทันทีว่ายางอยู่ในสภาพปกติ

ตรวจอายุและสภาพโดยรวมของยาง

รหัสบนแก้มยางสามารถใช้ดูข้อมูลช่วงเวลาการผลิตได้ แต่อายุการผลิตไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินสภาพยาง ต้องพิจารณาร่วมกับประวัติการใช้งาน การเก็บรักษา รอยแตกร้าว การซ่อม และสภาพโครงสร้าง

หากไม่ทราบประวัติของยางหรือรถถูกจอดไว้นานมาก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนใช้งานทางไกล

ตรวจจุ๊บลมและฝาปิด

จุ๊บลมที่เสื่อม แตกร้าว หรือรั่วซึมอาจทำให้ลมลดลงได้ ควรตรวจฝาปิดจุ๊บลมให้ครบและสังเกตว่ามีความเสียหายหรือไม่

ตรวจใต้ท้องรถและบริเวณพื้น

มองหารอยน้ำมัน น้ำหล่อเย็น หรือของเหลวอื่นใต้รถ รวมถึงตรวจว่าไม่มีสัตว์หรือสิ่งของอยู่บริเวณล้อและห้องเครื่องก่อนเคลื่อนรถ

 

ควรทดลองขับอย่างไรหลังรถจอดนาน?

หลังตรวจเบื้องต้นและไม่พบความผิดปกติ ควรเริ่มขับด้วยความเร็วต่ำในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อสังเกตการตอบสนองของรถ

ระหว่างทดลองขับ ให้ตรวจอาการต่อไปนี้

  • พวงมาลัยสั่น

  • ตัวรถสั่นเป็นจังหวะ

  • รถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง

  • มีเสียงผิดปกติจากล้อหรือยาง

  • ระบบเตือนแรงดันลมยางทำงาน

  • เบรกมีเสียงหรือให้ความรู้สึกต่างจากปกติ

  • รถตอบสนองผิดปกติเมื่อเลี้ยวหรือชะลอความเร็ว

หากพบอาการสั่นเล็กน้อยในช่วงแรก ควรใช้ความเร็วต่ำและติดตามอาการอย่างระมัดระวัง แต่หากอาการไม่ลดลง มีเสียงรุนแรง รถควบคุมได้ยาก หรือพบไฟเตือน ไม่ควรเพิ่มความเร็วหรือขับทางไกล ควรหยุดในจุดที่ปลอดภัยและนำรถเข้าตรวจสอบ

 

รถจอดนานแล้วต้องเปลี่ยนยางทันทีหรือไม่?

รถจอดนานไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนยางทุกกรณี การตัดสินใจควรพิจารณาจากสภาพจริงของยาง ประวัติการใช้งาน อายุ แรงดัน ความเสียหาย และผลการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ

ยางอาจควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนใหม่เมื่อพบว่า

  • มีรอยบวมหรือเสียรูป

  • มีรอยแตกหรือรอยบาดลึก

  • มีโครงสร้างภายในหรือเส้นใยปรากฏ

  • ลมลดลงผิดปกติหลังเติม

  • รถยังสั่นต่อเนื่องหลังตรวจแรงดันและทดลองขับ

  • ดอกยางสึกมากหรือสึกไม่สม่ำเสมอ

  • ไม่สามารถยืนยันประวัติหรือสภาพความเสียหายได้

  • ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าไม่เหมาะกับการใช้งานต่อ

ไม่ควรเปลี่ยนเฉพาะยางเส้นที่ดูแบนโดยไม่ได้ตรวจยางเส้นอื่น เพราะยางทั้งชุดอาจมีอายุและได้รับผลจากสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน

 

หากต้องเปลี่ยนยางใหม่ ควรเลือกอย่างไร?

เริ่มจากตรวจขนาดยาง Load Index และ Speed Rating ตามคู่มือหรือป้ายข้อมูลของรถ ไม่ควรเลือกจากขนาดขอบล้อเพียงอย่างเดียว และไม่ควรลดสเปกเพื่อให้ตรงกับรุ่นหรือราคาที่ต้องการ

ผู้ใช้สามารถตรวจสอบตัวเลือกจาก รายการยางรถยนต์ TOYO TIRES แล้วเปรียบเทียบขนาดกับข้อกำหนดของรถก่อนตัดสินใจ

สำหรับรถเก๋งที่ใช้งานประจำวัน สามารถศึกษารายละเอียดของ PROXES CR1 ซึ่งมีตัวเลือกหลายขนาด โดยต้องตรวจสอบขนาด Load Index และ Speed Rating ของขนาดที่ต้องการให้ตรงกับรถอีกครั้ง

หากไม่แน่ใจว่ายางเดิมยังใช้งานต่อได้หรือควรเปลี่ยนกี่เส้น ควรนำรถเข้าตรวจที่ศูนย์บริการ เพื่อประเมินสภาพยาง ล้อ ช่วงล่าง และตำแหน่งติดตั้งอย่างเหมาะสม

 

เช็กลิสต์ดูแลยางสำหรับรถที่ต้องจอดนาน

ก่อนจอดรถ

  • ตรวจและปรับแรงดันลมตามข้อกำหนดของรถ

  • ตรวจรอยรั่ว รอยบวม รอยบาด และวัตถุแปลกปลอม

  • นำสัมภาระหนักที่ไม่จำเป็นออก

  • เลือกพื้นที่เรียบ แห้ง และไม่มีสารเคมี

  • ถ่ายภาพหรือบันทึกสภาพยางไว้

  • ศึกษาคู่มือรถเกี่ยวกับการเก็บรถระยะยาว

ระหว่างจอด

  • ตรวจแรงดันและสภาพยางเป็นระยะ หากสามารถทำได้

  • ตรวจพื้นที่ว่ามีน้ำขังหรือของเหลวรั่วหรือไม่

  • หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ยางสัมผัสสารเคมี

  • ขยับตำแหน่งรถอย่างเหมาะสม หากปลอดภัยและสอดคล้องกับคำแนะนำของผู้ผลิตรถ

ก่อนกลับมาใช้งาน

  • ตรวจยางทุกด้านเท่าที่สามารถมองเห็น

  • วัดแรงดันลมขณะยางเย็น

  • ตรวจจุ๊บลมและระบบ TPMS

  • ตรวจของเหลวใต้รถและสิ่งกีดขวางรอบล้อ

  • ทดลองขับด้วยความเร็วต่ำในพื้นที่ปลอดภัย

  • หยุดใช้งานและเข้าตรวจทันทีหากพบอาการผิดปกติ

 

สรุป

รถจอดนานอาจทำให้แรงดันลมยางลดลง เกิดการเสียรูปบริเวณที่สัมผัสพื้น หรือทำให้ความเสียหายเดิมของยางรุนแรงขึ้นได้ โดยระดับผลกระทบขึ้นอยู่กับสภาพยาง น้ำหนักรถ พื้นที่จอด อุณหภูมิ และระยะเวลาที่จอด

ก่อนนำรถกลับมาใช้ ควรตรวจยางทั้ง 4 เส้น วัดแรงดันด้วยเกจ และเริ่มทดลองขับด้วยความเร็วต่ำ หากพบรอยบวม รอยแตก ลมรั่ว อาการสั่น หรือเสียงผิดปกติ ไม่ควรฝืนใช้งานทางไกล

หากไม่สามารถประเมินสภาพยางได้อย่างมั่นใจ สามารถค้นหา ศูนย์บริการ TOYO TIRES ใกล้คุณ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนนำรถกลับมาใช้งานตามปกติ

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ TOYO ได้ที่

🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://toyotires.in.th/products/tire/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://toyotires.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://toyotires.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://toyotires.in.th/news/list

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก TOYO TIRES
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน
นโยบายการรับประกัน 60 วัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 TOYO TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก TOYO TIRES
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน
นโยบายการรับประกัน 60 วัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 TOYO TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้