สินค้า รุ่นยาง ยางรถ EV/OEM โปรโมชั่น แกลเลอรี่ ข่าวสาร/ความรู้ ค้นหาสาขา
ดอกยังสวย แต่ยางหมดอายุแล้ว? เรื่องอายุยางที่คนใช้รถมักเข้าใจผิด

ดอกยังสวย แต่ยางหมดอายุแล้ว? เรื่องอายุยางที่คนใช้รถมักเข้าใจผิด

หลายคนตัดสินสภาพยางจาก “ดอกยาง” เป็นหลัก หากดอกยังลึก ดูไม่โล้น ก็มักคิดว่ายังใช้งานได้อีกนาน แต่ในความเป็นจริง อายุยาง คืออีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง ยางที่ดอกยังสวย แต่ผ่านการใช้งานมานาน อาจเสื่อมสภาพจนไม่เหมาะกับการขับขี่แล้วโดยที่ผู้ใช้รถไม่รู้ตัว

ทำไมยางถึงมีอายุการใช้งาน?

ยางรถยนต์ทำจากยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ เมื่อเวลาผ่านไป เนื้อยางจะเสื่อมตามสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น

  • ความร้อน

  • แสงแดด (รังสี UV)

  • ความชื้น

  • การจอดรถนาน ๆ โดยไม่ได้ใช้งาน
    แม้จะไม่ค่อยขับรถ ยางก็ยัง “แก่” ลงตามเวลา

ดอกยางดี ≠ ยางยังปลอดภัย

ยางที่ใช้น้อย หรือรถที่จอดเป็นหลัก มักมีดอกยางเหลือเยอะ แต่เนื้อยางจะเริ่มแข็ง กระด้าง และยึดเกาะถนนได้น้อยลง โดยเฉพาะบนถนนเปียก
ผลที่อาจเกิดขึ้น:

  • ระยะเบรกยาวขึ้น

  • รถลื่นง่าย

  • การควบคุมรถไม่มั่นใจเหมือนเดิม

วิธีดูอายุยางจากรหัส DOT

บนแก้มยางจะมีรหัส DOT ซึ่งตัวเลข 4 ตัวสุดท้ายบอกสัปดาห์และปีที่ผลิต
ตัวอย่าง:

  • DOT xxxx 3522 = ผลิตสัปดาห์ที่ 35 ปี 2022
    การรู้ปีผลิตจะช่วยให้ประเมินอายุยางได้แม่นยำกว่าการดูจากดอกยางอย่างเดียว

ยางควรใช้งานได้นานแค่ไหน?

แม้จะขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานและการเก็บรักษา แต่โดยทั่วไป

  • ยางที่ใช้งานปกติ ควรเริ่มประเมินสภาพเมื่ออายุประมาณ 4–5 ปี

  • หากยางมีอายุหลายปี แม้ดอกจะยังดี ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพ

  • ยางที่เก่าเกินไปอาจไม่เหมาะกับการขับทางไกลหรือใช้ความเร็วสูง

สัญญาณว่ายางเริ่มเสื่อมจากอายุ

  • รอยแตกลายงาบริเวณแก้มยางหรือร่องดอก

  • เนื้อยางแข็ง ขาดความยืดหยุ่น

  • เสียงยางดังขึ้น

  • การเกาะถนนลดลง โดยเฉพาะบนถนนเปียก
    หากพบสัญญาณเหล่านี้ แม้ดอกจะยังเหลือ ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนยาง

รถจอดนาน ยางยิ่งเสื่อมเร็ว

รถที่จอดนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะกลางแดด ยางจะรับน้ำหนักรถในจุดเดิมซ้ำ ๆ และโดนความร้อนตลอดเวลา ทำให้ยางแข็งและแตกร้าวได้ง่าย
ทางป้องกัน:

  • ขยับรถเป็นระยะ

  • จอดในที่ร่ม

  • เติมลมยางให้เหมาะสม

อายุยางกับความปลอดภัยในหน้าฝน

ยางที่อายุมากจะรีดน้ำได้แย่ลง แม้ดอกยังดูชัด เพราะเนื้อยางแข็งและไม่ยืดหยุ่น ส่งผลให้การเกาะถนนบนถนนเปียกลดลงอย่างเห็นได้ชัด นี่คือความเสี่ยงที่หลายคนไม่ทันสังเกตจนกว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิด

ควรเปลี่ยนยางเมื่อไรดี?

การตัดสินใจเปลี่ยนยางไม่ควรดูแค่ดอกยางอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกันหลายปัจจัย

  • อายุยาง

  • สภาพเนื้อยาง

  • ลักษณะการใช้งาน

  • ความรู้สึกในการขับขี่
    หากเริ่มรู้สึกว่ารถไม่มั่นใจเหมือนเดิม การเปลี่ยนยางก่อนเกิดปัญหาจะปลอดภัยกว่าเสมอ

สรุป

ดอกยางที่ยังสวย ไม่ได้หมายความว่ายางยังปลอดภัย อายุยางคือปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้รถไม่ควรมองข้าม การรู้จักดูรหัส DOT สังเกตรอยแตกร้าว และประเมินสภาพเนื้อยาง จะช่วยให้ตัดสินใจเปลี่ยนยางได้อย่างเหมาะสม ยางที่อยู่ในสภาพดี ไม่ใช่แค่ช่วยให้ขับขี่สบาย แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะบนถนนเปียกและการเดินทางไกล

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ TOYO ได้ที่

🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://toyotires.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://toyotires.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://toyotires.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://toyotires.in.th/news/list

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก TOYO TIRES
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน
นโยบายการรับประกัน 60 วัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 TOYO TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก TOYO TIRES
สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน
นโยบายการรับประกัน 60 วัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 TOYO TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้