อากาศเมืองไทยร้อนแทบทั้งปี โดยเฉพาะช่วงกลางวันหรือการขับรถทางไกลบนถนนที่โดนแดดจัด หลายคนอาจไม่รู้ว่า ความร้อนคือศัตรูเงียบของยางรถยนต์ ที่สามารถทำให้ยางเสื่อมเร็ว ประสิทธิภาพลดลง และในกรณีรุนแรงอาจถึงขั้นยางระเบิดได้ บทความนี้จะพาคุณเข้าใจผลของอุณหภูมิที่มีต่อยาง พร้อมวิธีดูแลยางให้ปลอดภัยในช่วงอากาศร้อน
ทำไมความร้อนถึงทำร้ายยางได้มากกว่าที่คิด?
เมื่อรถวิ่ง ยางจะเกิดความร้อนจากแรงเสียดทานตามปกติอยู่แล้ว หากรวมกับ
-
อุณหภูมิอากาศสูง
-
ถนนร้อนจัดจากแดด
-
การขับต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ความร้อนจะสะสมในโครงสร้างยาง ทำให้เนื้อยางเสื่อมเร็ว ความแข็งแรงลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายแบบฉับพลัน
1) ถนนร้อน ยางก็ร้อนกว่าปกติ
พื้นถนนคอนกรีตหรือแอสฟัลต์ในวันที่แดดแรง สามารถมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติอย่างมาก ยางที่สัมผัสถนนโดยตรงจะรับความร้อนตลอดเวลา
ผลกระทบที่เกิดขึ้น:
-
เนื้อยางแข็งเร็ว
-
การยึดเกาะถนนลดลง
-
ดอกยางสึกไวกว่าเดิม
2) ลมยางกับอุณหภูมิสัมพันธ์กันโดยตรง
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น แรงดันลมยางก็จะเพิ่มขึ้นตาม หากลมยางตั้งไว้สูงอยู่แล้ว ยางอาจแข็งเกินไปเมื่อเจอความร้อน
ผลเสียที่อาจเกิด:
-
พื้นที่สัมผัสถนนลดลง
-
รถกระด้าง ควบคุมยาก
-
เสี่ยงต่อการบาดหรือแตกเมื่อกระแทกหลุม
การตั้งลมยางตามค่าที่ผู้ผลิตรถแนะนำจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน
3) ขับทางไกลในอากาศร้อน เสี่ยงยางโอเวอร์ฮีต
การขับรถต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะความเร็วคงที่บนทางหลวง ทำให้ยางหมุนต่อเนื่องและสะสมความร้อน หากยางมีอายุการใช้งานมาก ดอกยางตื้น หรือโครงสร้างเริ่มเสื่อม ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นทันที
สัญญาณเตือน:
-
รถเริ่มสั่น
-
กลิ่นยางร้อนผิดปกติ
-
การควบคุมรถเริ่มไม่นิ่ง
4) ยางเก่า ยิ่งแพ้ความร้อน
ยางที่มีอายุหลายปี แม้ดอกจะยังดูดี แต่เนื้อยางมักแข็งและยืดหยุ่นน้อย เมื่อเจอความร้อนสูง ความแข็งแรงจะลดลงเร็วกว่าเดิม
นี่คือเหตุผลที่ยางเก่ามีโอกาสเสียหายจากความร้อนได้มากกว่ายางใหม่
5) การบรรทุกหนัก เพิ่มภาระให้ยาง
รถที่บรรทุกสัมภาระหนัก หรือมีผู้โดยสารเต็มคัน จะเพิ่มแรงกดบนยาง เมื่อรวมกับอุณหภูมิสูง ยางจะร้อนเร็วและทำงานหนักขึ้น
คำแนะนำ:
-
หลีกเลี่ยงการบรรทุกเกินพิกัด
-
ตรวจลมยางให้เหมาะสมก่อนเดินทางไกล
6) จอดรถกลางแดด ยางก็เสื่อม
ไม่ใช่แค่ตอนขับขี่เท่านั้น การจอดรถกลางแดดจัดเป็นเวลานาน ก็ทำให้ยางโดนความร้อนและรังสี UV โดยตรง ส่งผลให้เกิดรอยแตกลายงาและเนื้อยางเสื่อมเร็ว
ทางป้องกันง่าย ๆ:
-
จอดในที่ร่ม
-
ใช้ผ้าคลุมรถ
-
ขยับตำแหน่งจอดเป็นระยะ
7) ความร้อนกับยางระเบิด เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ยางระเบิดมักเกิดจากการสะสมความร้อนร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น
-
ลมยางอ่อนหรือแข็งเกินไป
-
ยางเก่า
-
การบรรทุกหนัก
-
การขับด้วยความเร็วสูงต่อเนื่อง
ความร้อนทำให้โครงสร้างยางอ่อนแอ และเมื่อรับแรงเกินขีดจำกัด ก็อาจเกิดการแตกหรือระเบิดได้
8) วิธีดูแลยางในช่วงอากาศร้อน
-
ตรวจลมยางอย่างสม่ำเสมอ (เดือนละครั้งหรือก่อนเดินทางไกล)
-
หลีกเลี่ยงการขับเร็วต่อเนื่องเป็นเวลานาน
-
พักรถเป็นระยะเมื่อต้องเดินทางไกล
-
ตรวจสภาพยาง หากพบรอยบวม แตก หรือสึกผิดปกติ ควรเปลี่ยนทันที
-
เลือกยางที่เหมาะกับการใช้งานและสภาพอากาศ
9) ความรู้สึกในการขับคือสัญญาณสำคัญ
หากขับแล้วรู้สึกว่ารถกระด้างขึ้น ยางเสียงดังขึ้น หรือการเกาะถนนลดลงในช่วงอากาศร้อน อย่ามองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณว่ายางเริ่มไม่ไหวกับสภาพการใช้งานแล้ว
สรุป
อากาศร้อนส่งผลต่อยางรถยนต์มากกว่าที่หลายคนคิด ความร้อนจากถนน แรงเสียดทาน และการใช้งานต่อเนื่อง สามารถเร่งการเสื่อมของยางและเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ การดูแลลมยาง ตรวจสภาพยาง และปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพอากาศ จะช่วยให้ยางทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และใช้งานได้นานขึ้น แม้ในวันที่อากาศร้อนจัด
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ TOYO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://toyotires.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://toyotires.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://toyotires.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://toyotires.in.th/news/list

